vittayapun
หน้าร้าน 
วิธีการผลิตผ้าไหม PDF พิมพ์ อีเมล์

วิธีการผลิตผ้าไหม

    วิธีการผลิตผ้าไหม

            ประวัติความเป็นมา และอธิบายขั้นตอนการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ อย่างละเอียดทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลี้ยงไหม

    ไปจนถึงการทอผ้าไหม


 

ขั้นตอนในการผลิตผ้าไหม

       ผ้ามัดหมี่  เป็นผ้าไหมที่มีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นผ้าไหมที่มีความวิจิตรพิสดารตระการตา  มีความประณีต 

ความหลากหลายในความคิดสร้างสรรค์  คือคุณค่าที่รวมอยู่ในผ้าไหมมัดหมี่  ผ้าไหมมัดหมี่อำเภอชนบทเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่งด

งามและมีคุณค่าทางศิลปะ  เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นจากการสั่งสมประสบการณ์ที่สอดคล้องกับขนมธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทย 

มีกรรมวิธีในการผลิตที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบดั้งเดิม  ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องอาศัยการค้นคว้า  ศึกษาและทดลอง  สืบทอดกัน

มาจาก ชั่วชีวิตคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งเป็นระยะเวลาหลายร้อยปีกว่า  จะได้ออกมาเป็นผืนผ้าที่สวยงามนั้นต้องผ่านกระบวนการและ

ใช้เวลามากในการผลิต  อีกทั้งยังต้องใช้ความพิถีพิถันความตั้งใจ  ความละเอียดประณีต  ของผู้ที่เป็นช่างทอฝีมือ  จึงจะสามารถผลิต

ผ้าไหมที่มีความงามแบบไทยได้ ดังนั้นเพื่อให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจถึงกระบวนการผลิตมากขึ้น  จึงขอนำเสนอกระบวนการและขั้น

ตอนการผลิตผ้าไหมมัดหมี่อย่างย่อ ดังนี้

 

silkprocess.jpg

 

อธิบายขั้นตอนกระบวนการผลิตผ้าไหมมัดหมี่อย่างย่อ

        ขั้นตอนการเลี้ยงไหม

            วงจรชีวิตของไหมหรือหนอนไหมใช้เวลาประมาณ 45 - 52 วัน  หนอนไหมจะกินใบหม่อนหลังจากฟักออกจากไข่ประมาณวันที่ 10

    จากนั้นจะหยุดกินอาหารและลอกคราบ  ระยะนี้เรียกว่า “ไหมนอน”  ต่อจากนั้นจะกินนอนและลอกคราบประมาณ 4 ครั้งเรียกว่า “ไหมตื่น”

    ลำตัวจะมีสีขาวเหลืองใสหดสั้น  และหยุดกินอาหาร  ระยะนี้เรียกว่า “หนอนสุก”  ช่วงนี้ผู้เลี้ยงไหมต้องรีบแยกหนอนไหมสุกออกจากกอง

    ใบหม่อนและเตรียม “จ่อ”  คืออุปกรณ์ที่จะให้ตัวไหมเกาะเพื่อชักใยห่อหุ้มตัวหนอนจะเริ่มพ่นใยได้ประมาณ 6-7 วัน  ก็จะสามารถเก็บรัง

    ไหมออกจากจ่อได้  เส้นใยของหนอนเกิดจากการขับของเหลวชนิดหนึ่ง  มีสารโปร่งแสงเป็นองค์ประกอบใยไหมที่เห็นแต่ละเส้นจะประ

    กอบด้วยเส้นใยเล็กๆสองเส้นรวมกัน  สามารถฉีกแยกออกจากกันได ้ ทั้งนี้รังไหมแต่ละรังจะให้สายไหมที่มีขนาดแตกต่างกัน  ชั้นนอก

    สุดของรังจะมีความละเอียดพอสมควร  ชั้นกลางจะเป็นเส้นหยาบและชั้นในสุดจะเป็นเส้นไหมที่ละเอียดที่สุด  ซึ่งหนอนไหมแต่ละตัวจะ

    ชักใยยาวไม่เท่ากัน อาจสาวได้ยาวตั้งแต่ 350 - 1,200 เมตร หนอนไหมจะเจาะรังออกมาเป็นผีเสื้อเมื่ออยู่ในรังครบ 10 วัน  ซึ่งผู้เลี้ยง

    จะคัดไหมที่สมบูรณ์ไว้ทำพันธุ์  ส่วนที่เหลือนำไปสาวไหมก่อนที่ผีเสื้อจะเจาะรังออกมา  ซึ่งเส้นจะขาดและทำเส้นไหมไม่ได้

            ขั้นตอนการสาวไหม

              เมื่อได้รับไหมสดจะต้องนำไปอบให้แห้ง  จากนั้นนำไหมที่อบแห้งไปต้มในน้ำที่สะอาดที่มีคุณสมบัติเป็นกลาง  รังไหมจะเริ่มพอง

      ตัวออก  ใช้ปลายไม้เกี่ยวเส้นใยออกมารวมกันหลายๆเส้น  การสาวต้องเริ่มต้นจากขุยรอบนอกและเส้นใยภายใน(ชั้นกลาง)  รวมกัน

      เรียกว่า “ไหมสาว” หรือ “ไหมเปลือก”  ครั้นสาวถึงเส้นใยภายใน(ชั้นในสุด)  แล้วเอารังไหมที่มีเส้นภายในแยกไปสาวต่างหาก เรียกว่า

      “เส้นไหมน้อย” หรือ “ไหมหนึ่ง”  ผู้สาวไหมต้องมีความชำนาญและทักษะจึงจะได้เส้นไหมที่มีคุณภาพดี  เมื่อเติมรังไหมลงไปอีก

      รังไหมใหม่สามารถรวมเส้นกับรังไหมเก่าได้  โดยไม่ทำให้เส้นไหมขาด
       
              การตีเกลียวเส้นไหมจะช่วยทำให้ผ้าที่จะทอมีความหนา  หลังจากเอาไหมสองไหมสามออก ใช้ไม้คีบลักษณะคล้ายไม้พาย  มีร่อง

      กลางสำหรับคีบ  เกลี่ยรังไหมกดให้เส้นไหมตีเกลียวแน่นดูเล็ก  ต้องระมัดระวังและต้องอาศัยความชำนาญและมีเทคนิคในการทำให้รัง 

      ที่ต้มเกาะกันเป็นเส้นตามขนาดที่ต้องการ  ทำให้เส้นไหมพันหรือไขว้กันหลายๆรอบ  แล้วพักไว้ในกระบุงต่อจากนั้นจะนำมากรอเข้า “กง”

      แล้วนำไปหมุนเข้า“อัก” เพื่อตรวจหาปุ่มปม หรือตัดแต่งเส้นไหมที่ไม่เท่ากันออกจึงเอาเข้าเครื่องปั่นเพื่อให้เส้นไหมแน่นขึ้นก่อนที่จะ

      หมุนเข้ากงอีกครั้ง  เพื่อรวมเป็นไจ  ซึ่งหนึ่งไจจะต้องหมุนกง 80 รอบ เรียกว่า “ไหมดิบ”  เส้นไหมดิบที่ได้จะต้องทำการชุบให้อ่อนตัว

      โดยนำไปชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ประมาณ 15-20 นาที แล้วนำไปสลัดและผึ่งลมให้แห้ง  โดยหมั่นกระตุกให้เส้นไหมแยกตัวเพื่อนำไปเข้าระวิง

      ได้ง่าย  จากนั้นกรอเส้นไหมเข้าหลอดๆละเส้น  แล้วดึงปลายไหมแต่ละหลอดเข้าไปรวมกันม้วนเข้าหลอดควบตามขนาดที่ต้องการจาก

      นั้นนำไปตีเกลียวประมาณ 330 รอบ  ต่อความยาว 1 เมตร  จากนั้นนำไหมไปนึ่งหรือลวก  เพื่อป้องกันมิให้เกลียวเส้นไหมหมุนกลับหลัง

      จากนั้นจะชุบน้ำเย็นแล้วกรอเข้าระวิง เรียกว่า “ทำเข็ด”  ซึ่งจะทำให้เกลียวอยู่ตัว

              ขั้นตอนเตรียมเส้นไหม

                การเตรียมเส้นไหม  จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 

                1. การเตรียมเส้นไหมพุ่ง  การเตรียมเส้นไหมพุ่ง  จะเป็นการเตรียมเส้นไหมเพื่อตรียมพร้อมสำหรับการนำไปมัดหมี่โดยใช้เครื่อง

        มือในการการค้นลำหมี่  โดยการนำเส้นไหมที่กวักเรียบร้อยแล้ว  มาทำการค้นปอยหมี่เพื่อให้ได้ลำหมี่พร้อมสำหรับการไปมัดหมี่ในกระ

        บวนการต่อไป
                2. การเตรียมไหมเครือ (ไหมเส้นยืน)  โดยการค้นหูกหรือค้นเครือ คือ กรรมวิธีนำเอาเส้นไหมที่เตรียมไว้สำหรับเป็นไหมเครือ

        ไปค้น (กรอ)  ให้ได้ความยาวตามจำนวนผืนของผู้ทอผ้าไหมตามที่ต้องการ  ไหมหนึ่งเครือจะทำให้เป็นผ้าไหมได้ประมาณ 20-30 ผืน

        (1 ผืนยาวประมาณ 180-200 เซนติเมตร)

                ขั้นตอนการมัดหมี่

                  การมัดหมี่ คือ การทำผ้าไหมให้เป็นลายและสีสันต่างๆตามแบบหรือลายที่ได้ออกแบบไว  ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแบบลายที่เป็นแบบลาย

          โบราณและแบบที่เป็นลายประยุกต์  โดยการมัดเส้นไหมให้เป็นลวดลายที่เส้นพุ่งด้วยเชือกฟางมัดลายแล้วนำไปย้อมสี  แล้วนำมามัดลายอีก

          แล้วย้อมสีสลับกันหลายครั้ง  เพื่อให้ผ้าไหมมีลวดลายและสีตามต้องการ เช่นผ้าที่ออกแบบลายไว้มี 5 สี  ต้องทำการมัดย้อม 5 ครั้ง เป็นต้น 

                  ขั้นตอนการย้อมสี

                    การย้อมสีไหมจะต้องนำไหมดิบมาฟอกเพื่อไม่ให้มีไขมันเกาะ  โดยจะใช้ด่างจากขี้เถ้าไปฟอกไหม เรียกว่า “การดองไหม”  จะทำให้

            เส้นไหมขาวนวลขึ้น  แล้วจึงนำไปย้อม  ในสมัยก่อนนิยมใช้สีจากธรรมชาต  แต่ปัจจุบันการย้อมด้วยสีธรรมชาติเริ่มหายไป  เนื่องจากมีสี

            วิทยาศาสตร์เข้ามาแทนที่  ที่หาซื้อง่ายตามร้านขายเส้นไหมหรือผ้าไหม  เมื่อละลายน้ำจะแตกตัว  ย้อมง่าย  สีสดใส  ราคาค่อนข้างถูกทนต่อ

            การซักค่อนข้างดี  การย้อมด้วยสีธรรมชาติมีข้อดี คือ สีไม่ฉูดฉาด สีอ่อนเย็นตากว่าสีสังเคราะห์  จึงทำให้สีของผ้างดงามสัมพันธ์กับรูปแบบ

            ของผ้าพื้นเมือง สีธรรมชาติจะติดสีได้ดีในเส้นไหมและฝ้าย  วิธีย้อมคือ การคั้นเอาน้ำจากพืชที่ให้สีนั้นๆ  ต้มให้เดือด จากนั้นนำไหมชุบ

            น้ำให้เปียกบิดพอหมาด กระตุกให้เส้นไหมเรียงเส้นจึงแช่ในน้ำย้อมสีที่เตรียมไว จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งจะได้เส้นไหมที่มีสีตามต้องการ

                    ขั้นตอนการแก้หมี่

                      การแก้หมี่ คือ การแก้เชือกฟางที่มัดหมี่แต่ละลำออกให้หมดหลังจาการย้อมในแต่ละครั้ง

                        ขั้นตอนการทอผ้า

                        ขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะออกมาเป็นผ้าผืน  คือการทอผ้าไหมจะประกอบไปด้วยเส้นไหม 2 ชุด  คือชุดแรกเป็น “เส้นไหมยืน”

                จะขึงไปตามความยาวผ้าอยู่ติดกับกี่ทอ(เครื่องทอ)  หรือแกนม้วนด้านยืน  อีกชุดหนึ่งคือ “เส้นไหมพุ่ง”  จะถูกกรอเข้ากระสวย  เพื่อให้

                กระสวยเป็นตัวนำเส้นด้ายพุ่งสอดขัดเส้นด้ายยืนเป็นมุมฉาก  ทอสลับกันไปตลอดความยาวของผืนผ้า  การสอดด้ายพุ่งแต่ละเส้นต้อง

                สอดให้สุดถึงริมแต่ละด้าน  แล้วจึงวกกลับมา  จะทำให้เกิดริมผ้าเป็นเส้นตรงทั้งสองด้าน  ส่วนลวดลายของผ้านั้นขึ้นอยู่กับการวางลาย

                ผ้าตามแบบของผู้ทอที่ได้ทำการมัดหมี่ไว้ 

                ข้อมูลทั้งจากเว็บไซด์  http://www.thaimudmee.com/index.php

                 


                จำหน่ายอุปกรณ์การเลี้ยงไหม - กดเพื่อดูรายละเอียดข้อมูลอุปกรณ์การเลี้ยงไหม

                 
                < ก่อนหน้า   ถัดไป >