vittayapun
หน้าร้าน 
ปุ๋ยชีวภาพ PDF พิมพ์ อีเมล์

ปุ๋ยชีวภาพ    จำหน่ายปุ๋ยชีวภาพ (E.M.)

            แสดงรายละเอียดขั้นตอนและวิธีในการนำไปประยุกต์ใช้จากผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพ E.M. มากมาย โดยทาง

    ร้านเป็นตัวแทนจำหน่ายพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลและการใช้งานปุ๋ยชีวภาพ



ปุ๋ยชีวภาพ

E.M. (อี.เอ็ม.) คืออะไร

        E.M. ย่อมาจากคำว่า Effective Micro-organisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพคิดค้นพบโดย ศาสตราจารย์ ดร.เทรโอะ

ฮิงะ (TEROU HIGA) แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เทคนิคทางชีวภาพ รวบรวมเฉพาะกลุ่มจุลินทรีย์ หมวดสร้าง

 สรรค์ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ช่วยปรับปรุงสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นจุลินทรีย์หมวดสร้างสรรค์ที่มีใน EM

ได้แก่ กลุ่มจุลินทรีย์แสง แลกโตบาซิรัส เพนนิซีเลี่ยม ไตรโคเดอมา ฟูเซเลียม สเตปโตไมซิส อโซเบคเตอ ไรโซเบียม ยีสต์รา รูปเส้นใย ฯลฯ

       จุลินทรีย์ใน EM ส่วนใหญ่เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ และมีพลัง“แอนติออกซิเดชั่น” ซึ่งเป็นพลังสร้างสรรค์ของชีวิต ป้องกันมิให้

มีการทำลายชีวภาพที่สำคัญของเซลล์ได้ป้องกันฤทธิ์ของสารพิษได้หลายชนิด รักษาสภาพธรรมชาติของเซลล์ ได้มิให้เสื่อมสภาพรักษาสุข

ภาพของคนและสัตว์ มิให้เป็นโรคหรือเจ็บป่วยได้ง่าย

ลักษณะโดยทั่วไปของ EM

       เป็นของเหลวสีน้ำตาลกลิ่นหอมอมเปรี้ยวอมหวาน(เกิดจากการทำงานของกลุ่มจุลินทรีย์ต่าง ๆ ใน E.M.)เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิต

ไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีหรือยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อต่างๆ ได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืชและแมลงที่เป็นประโยชน์

ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ ที่ทุกคนสามารถนำไปเพาะขยายเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆได้ด้วยตนเอง

ลักษณะการผลิต

        เพาะขยายจากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากกว่า 80 ชนิด จากกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง       

        - กลุ่มจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติค

        - กลุ่มจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน

       - กลุ่มจุลินทรีย์เอคทีโนมัยซีทส์

       - กลุ่มจุลินทรีย์ยีสต์

        ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ได้จากธรรมชาตินำมาเพาะเลี้ยงและขยายให้จุลินทรีย์ขยายตัวด้วยปริมาณที่สมดุลกันด้วยเทคโนโลยีพิเศษ

โดยใช้อาหารจากธรรมชาติ เช่น โปรตีน รำข้าว และสารประกอบอื่น ๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

ประโยชน์ของจุลินทรีย์โดยทั่วไป

  • ด้านการเกษตร   

        - ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในดินและน้ำ

        - ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืชและโรคระบาดต่างๆ

        - ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศผ่านได้ดี

       - ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ เพื่อให้เป็นปุ่ญ (อาหาร)แก่อาหารพืชดูดซึมไปเป็นอาหารได้ดีไม่ต้องใช้พลังงานมากเหมือนการให้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์

        - ช่วยสร้างฮอร์โมนพืช พืชให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีขึ้น

        - ช่วยให้ผลผลิตคงทน สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน มีประโยชน์ต่อการขนส่งไกล ๆ เช่น ส่งออกต่างประเทศ

        - ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ ไก่และสุกร ได้ภายในเวลา 24 ชม.

        - ช่วยกำจัดน้ำเสียจากฟาร์มได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์

        - ช่วยกำจัดแมลงวัน โดยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวันไม่ให้เข้าดักแด้เกิดเป็นตัวแมลงวัน

        - ช่วยป้องกันอหิวาห์และโรคระบาดต่าง ๆ ในสัตว์แทนยาปฏิชีวนะและอื่น ๆ ได้

        - ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์แข็งแรงมีความต้านทานโรคสูง ให้ผลผลิตสูงอัตราการตายต่ำ

  • ด้านการประมง

        - ช่วยควบคุมคุณภาพในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้

        - ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำเป็นอันตรายต่อกุ้ง ปลา กบ หรือสัตว์น้ำที่เลี้ยงได้

        - ช่วยรักษาโรคแผลต่าง ๆ ในปลา กบ จระเข้ ฯลฯ ได้

        - ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ และทำให้เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมปุ๋ยหมักใช้พืชต่างๆ ได้อย่างดี

  • ด้านสิ่งแวดล้อม

        - ช่วยปรับสภาพเศษอาหารจากครัวเรือน ให้กลายเป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์ต่อพืชผักได้

        - ช่วยปรับสภาพน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือน โรงงาน โรงแรมหรือแหล่งน้ำเสีย

        - ช่วยดับกลิ่นเหม็นจากกองขยะที่หมักหมมมานานได้

การเก็บรักษาจุลินทรีย์

       สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน อย่างน้อย 6 เดือน ในอุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 46 – 50 C ต้องปิดฝาให้สนิท อย่าให้อากาศเข้าและอย่าเก็บ

ไว้ในตู้เย็นทุกครั้งที่แบ่งไปใช้ต้องรีบปิดฝาให้สนิท การนำ E.M. ไปขยายต่อควรใช้ภาชนะที่สะอาดและใช้ให้หมดภายในเวลาที่เหมาะสม

        ข้อสังเกต

               หากนำไปส่องด้วยกล้องจุลทัศน์ที่มีกำลังขยายสูงไม่ต่ำกว่า 700เท่า จะเห็น จุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ อยู่มากมาย E.M. ปกติจะมีกลิ่น

       หอมอมเปรี้ยวอมหวาน ถ้าเสียแล้วจะมีกลิ่นเน่าเหมือนกลิ่นจากท่อน้ำทิ้งเก่า ๆ (E.M. ที่เสียใช้ผสมน้ำรดกำจัดวัชพืชได้)กรณีที่เก็บไว้นาน ๆ

        โดยไม่มีเคลื่อนไหวภาชนะ จะมีฝ้าขาวๆ เหนือผิวน้ำ E.M.นั่นคือการทำงานของ E.M.ที่ผักตัวเมื่อเขย่าแล้วทิ้งไว้ชั่วขณะ ฝ้าสีขาวจะสลายตัว

        กลับไปใน E.M. เหมือนเดิม

การประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ การงานต่าง ๆ ดังนี้

        งานด้านเกษตร

            E.M.ผสมน้ำ 1 : 1,000 – 2,000 ฉีดพ่นรดราดต้นไม้ สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง      

            การขยายจุลินทรีย์       

                   เมื่อต้องการใช้จุลินทรีย์ในงานเกษตรที่มีเนื้อที่มาก ๆควรใช้จุลินทรีย์ที่ได้ขยายปริมาณให้มากขึ้น เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน

            โดยให้อาหารแก่จุลินทรีย์ ได้แก่ กากน้ำตาล น้ำอ้อย น้ำตาลทรายแดง นมแดง นมข้นหวาน หรือน้ำซาวข้าว เป็นต้น การขยายจุลินทรีย์

            ให้กับพืช

            วัสด

                    จุลินทรีย์ กากน้ำตาล อย่างละ 1 ลิตร/น้ำ 1,000 ลิตร

            วิธีทำ

                    - ผสมกากน้ำตาลกับน้ำที่สะอาด คนให้ทั่วจนกากน้ำตาลละลายหมด

                    - น้ำ E.M. ผสมในน้ำคนจนเข้ากันทั่ว ปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ 1 – 3 วัน ภาชนะที่ใช้ต้องสะอาดจะใช้ถังพลาสติกหรือตุ่ม

            วิธีใช้

                    เมื่อหมักไว้ตามกำหนดที่ต้องการแล้ว นำ E.M. ที่ขยายไปผสมกับน้ำละลายอีกในอัตรา EM1/น้ำ 2,000 ลิตร ฉีดพ่นรดต้นไม้

            พืชผัก ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับทุกชนิด ทุกวันหรือวันเว้นวันหรือสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ใช้หญ้าแห้วหรือใบไม้แห้งหรือฟางคลุมดิน

            บริเวณโคนต้นไม้ เพื่อรักษาความชื้นและ EM ย่อยสลายเป็นอาหารของพืช และเพื่อปรับสภาพของดินให้ดีขึ้นด้วย

            ข้อสังเกต

                   1. เมื่อนำไปขยายเชื้อในน้ำและกากน้ำตาลจะมีกลิ่นหอมและเป็นฟองขาว ๆ ภายใน 2 – 3 วันถ้าไม่มีฟองดังกล่าวแสดงว่า                

            การหมักขยายเชื้อยังไม่ได้ผล  

                   2. EM ที่นำไปขยายเชื้อแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 3 วันหลังจากหมักได้ที่แล้ว ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเสื่อมคุณภาพ            

            ที่อาจเกิดจากความไม่สะอาดของน้ำ ภาชนะ และสิ่งแปลกปลอมจากอากาศเฉพาะเชื้อ EM ส่วนใหญ่ไม่ต้องการอากาศ

            การใช้จุลินทรีย์กับงานปศุสัตว์

              การขยาย EM กากน้ำตาลอย่างละ 1 ลิตร/น้ำ 100 ลิตร

              วิธีทำ

                      เหมือนกับของขยายที่ใช้งานพืช   

              วิธีใช้   

                     นำ EM ที่ขยายแล้วไปผสมกับน้ำอีกในอัตรา 1/5,000 – 10,000ใช้ล้างคอกและบำบัดน้ำเสียในฟาร์มหรือให้สัตว์กิน หรือจะใช้ EM

             ที่ขยายแล้ว โดยไม่ต้องผสมน้ำไปฉีด เพื่อบำบัดน้ำเสียบำบัดกลิ่นเหม็นในฟาร์มและจุดที่มีกลิ่นเหม็นในที่ต่าง ๆอัตราความเข้มข้นของ

              EM ขยายที่ไปใช้ จะมากน้อยตามความต้องการของลักษณะการใช้ในแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ

              การใช้ E.M. 5 ร่วมกับสมุนไพร

                การใช้เชื้อหมักขับไล่แมลงร่วมกับพืชสมุนไพรต่าง ๆ เช่นสะเดา ข่า ตะไคร้หอม ยาสูบ ดีปลี พริกขี้หนู ฯลฯ จะทำให้มีประสิทธิภาพ

        ในการขับไล่แมลงศัตรูพืช ได้ผลอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น       

                วิธีทำ

                       นำพืชสมุนไพร มาผึ่งลมหรืออบให้แห้งแล้วนำมาสับหรือใช้เครื่องบด ให้ละเอียด ใช้ผงสมุนไพร 2 – 5 ช้อนแกงใส่ในน้ำสะอาด

                20 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 1 คืน ใช้ผ้าหรือตะแกรงอย่างละเอียด กรองผงสมุนไพรออกเหลือแต่น้ำสมุนไพรส่วนกากาหรือตะกอนสมุนไพร นำ  

                ไปผสมน้ำใส่บัวรดแปลงพืชผัก หรือบริเวณทรงพุ่มต้นพืชได้

                วิธีใช้

                        นำน้ำสมุนไพร 2 – 5 ช้อนแกงแล้วฉีดพ่นพืชผักและต้นไม้ผลได้   

                หมายเหตุ      

                       สำหรับพืชที่กำลังแตกใบอ่อน ควรใช้อัตราส่วนผสม E.M. 5เจือจาง ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้แทนสารจับใบได้เป็นอย่างดี

                โดยปลอกเปลือกเอาแต่ส่วนที่เป็นวุ้นทำการบดหรือปั่น แล้วนำผสมกับ E.M.5 และน้ำ อัตราส่วน 1 : 1 : 50 หรือ 1 : 2 : 50

                เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการขับไล่แมลงได้เต็มที่ ควรใช้ E.M.5 และ สมุนไพรที่ผสมน้ำแล้วให้หมดภายใน 12 ชม.

                การใช้ E.M.5 กับงานเลี้ยงสัตว์

                 นำไปใช้ป้องกันหรือกำจัดไร เห็บ หมัด หรือแมลงที่มารบกวนสัตว์เลี้ยงดังนี้ฉีดพ่นบริเวณคอกสัตว์ (โรงเรือนโค คอกหมู เล้าไก่)

          ให้ทั่วสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง หลังอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยง (วัว ควาย สุนัข) ทุกครั้ง ควรใช้ E.M.5 ผสมน้ำ ลูบตัวสัตว์เลี้ยงให้ทั่ว

                  การทำปุ๋ยหมักดิน

                    วัสดุและส่วนประกอบ

                            1. ดินแห้งทุบละเอียดแล้ว 5 ส่วน

                            2. รำละเอียด 2 ส่วน

                            3. แกลบเผา 2 ส่วน

                            4. มูลสัตว์ (ชนิดใดก็ได้) 2 ส่วน

                            5. อื่น ๆ

                            6. E.M.กากน้ำตาล อย่างละ 10 – 20 ซี.ซี

                            7. น้ำ 10 ลิตร

                    วิธีทำ   

                            1.ผสมดิน แกลบ มูลสัตว์และอื่น ๆ คลุกจนเข้ากัน

                            2.นำรำละเอียดลงผสมคลุกเคล้าลงไป

                            3.ผสม E.M.กากน้ำตาล และน้ำ รดบนกองปุ๋ยหมัก ดินให้ได้ตามความชื้นพอดี 50%

                            4.นำส่วนผสมทั้งหมดกองบนพื้นซีเมนต์ หรือพื้นธรรมดาทั่วไป หนาประมาณ 10 ซ.ม. คลุมทับด้วยกระสอบป่าน

                            5.ถ้าคอยกลับบ้างจะใช้เวลาหมัก 3 – 4 วัน

                    ข้อสังเกต   

                           หลังจากหมักไว้ 1 คืน จะมีราขาว ๆเกิดขึ้นเป็นเชื้อราที่ประโยชน์ เกิดจาก สปอร์ของจุลินทรีย์ ปุ๋ยหมักดินที่ใช้ได้จะไม่ร้อน

                    ไม่มีกลิ่นเหม็น แต่จะมีราขาวขึ้นเต็ม   

                    วิธีใช้

                           ใช้รองก้นหลุมเพื่อปลูกพืชผัก หรือผลไม้ ไม้ยืนต้นไม้ดอกไม้ประดับทุกชนิด ใช้ได้ผลดีสำหรับดินที่ใช้เพาะต้นกล้าและเพาะ

                    ชำกล้าไม้ จะได้กล้าไม้ที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยมีส่วนผสมสำหรับเพาะกล้า ดังนี้   

                    - ปุ๋ยหมักดิน 1 ส่วน   

                    - ดินร่วนธรรมดา 1 ส่วน   

                    - แกลบเผา 1 ส่วน   

                    - ขุยมะพร้าว 1 ส่วน   

                    นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าจนเข้ากันดีก่อนนำไปใช้

                    การทำปุ๋ยคอกหมัก

                      ปุ๋ยคอก ได้แก่ มูลสัตว์ เช่น วัว ควาย หมู ไก่ ฯลฯ ถ้านำไปใช้โดยตรงจะเกิดโรค และแมลงต่อพืชก่อนนำไปใช้ควรนำไปหมัก

              ด้วยจุลินทรีย์ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. ก่อน

                      วัสดุและส่วนผสม

                              1.ปุ๋ยคอก 1 ส่วน

                              2.แกลบเผา 1 ส่วน

                              3.รำละเอียด 1 ส่วน

                              4.อื่น ๆ

                              5.จุลินทรีย์ กากน้ำตาล อย่างละ 10 – 20 ซีซี

                              6.น้ำ 10 ลิตร

                      วิธีทำ   

                              1.ผสมปุ๋ยคอก แกลบเผา รำละเอียด อื่น ๆ เข้าด้วยกัน

                              2.รดน้ำจุลินทรีย์ คลุกเคล้าให้เข้ากันดีจนได้ความชื้นพอเหมาะไม่เกิน 50%

                              3.นำไปกองเกลี่ยบนพื้นซีเมนต์ หนาไม่เกิน 15 ซ.ม.

                              4.ปุ๋ยคอกหมักที่มีคุณภาพดี จะไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีก๊าซแอมโมเนีย ไม่ร้อน แต่จะมีราขาว ๆ ขึ้นจำนวนมาก

                      วิธีใช้

                              ใช้ได้ดีกับพืชผักทุกชนิด เช่นเดียวกับปุ๋ยคอกทั่วไป

                      การทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ จากเศษอาหาร

                        ทุกครัวเรือน ร้านอาหาร ภัตตาคาร ฯลฯ ล้วนมีเศษอาหารที่เป็นผักผลไม้ และเศษอาหารอื่น ๆ จำนวนมากน้อยแล้วแต่สถานที่

                สามารถนำไปหมักเป็นปุ๋ยหมักชั้นเลิศ เพื่อใส่พืชผักและผลไม้ที่ปลูกไว้ได้

                        อุปกรณ์   

                                - ถ้าพลาสติกมีฝาปิดขนาด 20 – 200 ลิตร แล้วแต่ปริมาณเศษอาหารที่จะได้หรือต้องการ เจาะรูติดก๊อกน้ำบริเวณก้นถัง

                        เพื่อไว้ระบายน้ำปุ๋ยหมัก ใช้ก๊อกให้มีขนาดโตพอสมควร เพื่อป้องกันการอุดตัน

                               - ถุงขยะพลาสติกสีดำ เจาะรูเล็ก ๆ 2 – 3 รูเพื่อให้น้ำปุ๋ยหมักผ่านทะลุได้หรือจะใช้ตาข่ายไนล่อนตาถี่เย็บเป็นถุงก็ได้

                        หรือจะใช้กระสอบปุ๋ยน้ำซึมผ่านได้ก็ใช้ได้

                                - นำเอาถุงใส่ปุ๋ยที่เตรียมไว้ ใส่ลงในถังหมักปุ๋ยที่มีวัสดุรองก้นถัง ให้สูงจากระดับก๊อกน้ำเล็กน้อย

                               - ใช้กากน้ำตาล 20 – 40 ซีซี ใส่คลุกกับเศษอาหาร 1 ก.ก.และใส่จุลินทรีย์ 10 – 20 ซีซี คลุกอีกครั้ง ใส่ลงในถุงใส่ปุ๋ย

                        ทุกวันจนเต็มถุง

                                - ปิดฝาถังหมักไว้ตลอดเวลา หมักไว้อย่างน้อย 7 วัน ก็จะมีน้ำปุ๋ยหมักซึมออกมา อยู่ที่ก้นถังหมัก

                                - ไขก๊อกเอาน้ำปุ๋ยหมักที่ได้ไปผสมน้ำในอัตรา 1 : 500 – 1,000 รดพืชและต้นไม้ทุก ๆ วัน

                                - ผสมน้ำปุ๋ยหมักกับอัตราส่วน 1 : 20 – 50 หรือไม่ผสมก็ได้ราดพื้นห้องส้วมชักโครกหรือจุดที่มีกลิ่นเหม็นบริเวณบ้าน

                        หรือราดในท่อน้ำทิ้งเพื่อดับกลิ่นก็ได้ผลดี

                                - กากอาหารที่เหลือก็สามารถไปคลุมกับดินเป็นปุ๋ยต้นไม้ได้ดี

                        ข้อสังเกต

                               ถ้าหมักได้ที่จะไม่มีแมลงวันหรือมีกลิ่นเหม็นแต่กลิ่นจะหอมอมเปรี้ยว ถ้ามีกลิ่นเหม็นและมีกลิ่นก๊าซแอมโมเนีย แสดงว่า

                        หมักไม่ได้ผล ระหว่างหมักอาจจะมีหนอนแมลงวันเกิด แต่มันไม่กลายเป็นแมลงวัน จะเป็นหนอนตัวโตกว่าปกติ มีอายุอยู่นานได้

                        หลาย ๆ วัน แล้วจะตายไปเอง

                        เชื้อหมัก อี.เอ็ม. 5 (สารขับไล่แมลง)

                         เป็นส่วนผสมของเหล้า น้ำส้มสายชู จุลินทรีย์ กากน้ำตาลและน้ำที่หมักไว้เพื่อใช้ป้องกันและขับไล่แมลงศัตรูพืชต่าง ๆ พร้อมทั้งช่วย

                  กำจัดโรคพืชต่าง ๆ ด้วย

                          อัตราส่วน

                                  จุลินทรีย์ กากน้ำตาล น้ำสัมสายชูกลั่น 5% เหล้าขาว อย่างละ 1 ลิตร น้ำ 8 ลิตร

                          วิธีทำ

                                  1.เอากากน้ำตาลผสมกับน้ำจนละลายดีแล้ว ใส่เหล้าขาวและน้ำสัมสายชูชนิด 5%

                                  2.เอาจุลินทรีย์ใส่คนจนเข้ากันดี

                                  3. ปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 15 วัน ภาชนะที่ใช้หมักนั้นควรใช้ถังพลาสติก

                                  4. ในระหว่างการหมักให้เขย่าทุกวันเช้า-เย็น เพื่อไม่ให้เกิดการนอนก้น แล้วปิดฝาเพื่อระบายก๊าซออก วันละ 2 ครั้ง

                                  5. เมื่อครบกำหนดก็นำไปใช้ได้ สามารถเก็บได้นานถึง 3 เดือน แต่ต้องเปิดฝาระบายก๊าซออกเป็นครั้งคราว

                          วิธีใช้

                                  เชื้อหมักขับไล่แมลงผสมกับน้ำสะอาด ดังนี้

                                  - EM 5 10 – 15 ซีซี (1 – 5 ช้อนโต๊ะ)

                                  - กากน้ำตาล 10 – 15 ซีซี (1 – 5 ช้อนโต๊ะ) เพื่อเป็นการจับใบ

                                  - น้ำสะอาด 8 ลิตร         

                                  นำส่วนผสมไปฉีดพ่นต้นไม้ทุกวันหรืออาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้ง ตามความต้องการ ทำการฉีดพ่นให้ชุ่มและทั่วถึงทั้งนอกและใบ

                          ทรงพุ่มหรือจะใช้เชื้อขับไล่แมลงผสมกับน้ำฉีดเลยก็ได้ โดยไม่ต้องเติดกากน้ำตาลอีก

                          เชื้อหมักขับไล่แมลง สูตรเข้มข้น

                            วัสดุและส่วนผสม

                                    1. จุลินทรีย์ กากน้ำตาล น้ำส้มสายชูกลั่น อย่างละ 1 ลิตร

                                    2. เหล้าขาว 28 – 40 ดีกรี อย่างละ 2 ลิตร     

                            วิธีทำ

                                   ละลายกากน้ำตาลกับน้ำส้มสายชูก่อนจึงค่อยเติมเหล้าขาวลงไปคนจนเข้ากัน แล้วเติม EMให้เข้ากันปิดฝาให้สนิทหมักไว้ 24 ชม.

                            วิธีใช้

                                   ใช้ฉีดพ่นปราบหนอน แมลงศัตรูพืชที่ปราบได้ยาก เช่นหนอนหลอดหอม หนอนชอนใบ ฯลฯ ในปริมาณ 200 –300 ซีซี/น้ำ 200 ลิตร        

                    หรือมากน้อยกว่านี้ตามความเหมาะสม

                            การทำปุ๋ยหมักฟาง

                              วัสดุและส่วนผสม

                                      1. ฟางแห้งตัดเป็นท่อนสั้นประมาณ 2 เซนติเมตร 1 ส่วน

                                      2. แกลบดิบ 1 ส่วน

                                      3. รำละเอียด 1 ส่วน

                                      4. กากน้ำตาล 10 – 20 ซีซี (1 – 2 ช้อนโต๊ะ)

                                      5. ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. 10 – 20 ซีซี

                                      6. น้ำสะอาด 10 ลิตร

                              วิธีทำ

                                      1.คลุกฟางและแกลบให้เข้ากันแล้วแบ่งออกเป็ฯ 3 กองเท่า ๆ กัน ผสมกองที่ 1 และ 2 เข้าเป็นกองเดียวกัน

                                      2.ผสม E.M.และกากน้ำตาลกับน้ำ 1 ลิตร ที่เตรียมไว้ใส่ในบัวรดน้ำ

                                      3.นำน้ำผสม E.M. รดลงบนกองฟาง กับแกลบกองใหญ่ให้ชุ่มแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันดี

                                      4.ผสมผางและแกลบกองเล็กที่เหลือเข้าด้วยกันกับกองใหญ่คลุกเคล้าจนเข้ากันดี

                                      5.เอารำละเอียดลงไปผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันจนได้ความชื้นพอดี (50%) โดยการทดลองทำแล้วบีบดู ถ้าน้ำไม่ไหลออกมา

                              ตามง่ามมือ เมื่อแบมือยังจับกันเป็นก้อนแสดงว่าใช้ได้

                                     6.ถ้าความชื้นสูงเกินไป คือเมื่อกำแล้วจะมีน้ำซึมออกมาตามง่ามนิ้วมือให้เติมวัสดุคือ ฟาง แกลบ และรำในอัตราส่วนเท่ากัน

                              ผสมลงไปคลุกให้เข้ากันจนความชื้นพอดี

                                      7.เกลี่ยฟางรองพื้นให้เป็นแนวราบและหนาพอสมควร จากนั้นปูด้วยกระสอบป่านบนฟาง

                                     8.ตักปุ๋ยหมักลงเกลี่ยบนกระสอบป่านอย่าให้สูงเกิน 1 ฟุตแล้วคลุมให้มิดด้วยกระสอบป่านหมักไว้ 5 ชั่วโมง เพื่อให้ อี.เอ็ม ทำงาน

                                     9.เมื่อครบ 5 ชั่วโมง ให้เริ่มตรวจวัดความร้อนทุก ๆ ชั่วโมงด้วยการใช้ปรอทเสียบลงในกองปุ๋ยหมัก ทิ้งไว้คอยควบคุม ถ้าอุณหภูมิ

                             สูงเกิน 45 C หรือร้อนเกิน 45 C ต้องรีบกลับกองปุ๋ยทันทีถ้าความร้อนไม่เกินไม่ต้องกลับ ทิ้งไว้ 2 – 3 วัน ความร้อนจะลดลงเป็นปกติ

                              ประมาณ 37 C

                                      10.เปิดกระสอบที่ปิดไว้ออก ทิ้งให้โบกาฉิแห้งดีแล้ว จึงนำไปบรรจุกระสอบเก็บไว้ อย่าให้โดยความชื้นจนกว่าจะนำไปใช้

                              วิธีใช้

                                      ใช้ผสมเตรียมดินสำหรับปลูกพืชทุกชนิด โดยการโรยปุ๋ยโบกาฉิฟาง ประมาณ 2 กำมือ ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร เอาหญ้าบางหรือ

                             ฟางแห้ง คลุมทับอีกชั้นหนึ่ง แล้วรดด้วยน้ำผสมปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. 10 –20ซีซี/น้ำ 10 ลิตร ทิ้งไว้ 7 วัน จึงค่อยปลูกผักหรือพืชต่าง ๆ

                              ได้ในกรณีที่ใช้กับแปลงผักที่ปลูกแล้ว ใช้ปุ๋ยหมักฟางโรยรอบ ๆ ทรงพุ่ม (ระวังอย่าให้โดยใบและโคนต้นผัก) คลุมทับด้วยฟางหรือ

                              หญ้าแล้วรดด้วยน้ำปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. อีกครั้ง ใช้เดือนละ 1 – 2 ครั้งก็พอสำหรับไม้ผล และพืชยืนต้นอายุประมาณ 2 ปี ให้ใช้หมักฟาง

                              โรยรอบทรงพุ่มต้นละ 2 กิโลกรัม/ต่อปี จะใส่ครั้งเดียวหรือแบ่งใส่ก็ได้ จากนั้นใส่ปีละ 1 กิโลกรัม

                              ข้อสังเกต

                                     ถ้าผสมหมักปุ๋ยให้ได้ความชื้นพอดี หมักไว้ประมาณ 3 วันตามความร้อนของกองปุ๋ยจะเย็นเป็นปกติ แต่ถ้าความชื้นสูงเกินไป

                             จะเกิดความร้อนสูง ต้องใช้มากกว่า 3 วัน จึงจะเย็นเป็นปกติปุ๋ยหมักที่หมักได้ผลดี จะมีกลิ่นหอมเหมือนเห็ด และจะมีราขาว ๆ ปะปน

                             แต่ถ้ามีกลิ่นเหม็นเน่า หรือมีกลิ่นก๊าซแอมโมเนียแสดงว่าปุ๋ยหมักใช้ไม่ได้ ปุ๋ยหมักที่หมักแล้วใหม่ ๆจะมีคุณภาพและใช้ได้ผลดี

                             มากกว่าปุ๋ยหมักที่ทำแล้วเก็บไว้นาน ๆ หากใช้แล้วเหลือควรเก็บไว้ในร่มอย่าให้โดนความชื้นจนกว่าจะนำไปใช้ (ควรเก็บไว้ไม่เกิน 6 เดือน

                              การทำปุ๋ยหมัก สูตร 24 ชั่วโมง

                                วัสดุและส่วนผสม

                                        1. หญ้าฟางแห้งตัดท่อน (5 – 10 เซนติเมตร) 10 ส่วน

                                        2. ปุ๋ยหมักฟางหรือมูลสัตว์ 1 ส่วน

                                        3. รำละเอียด 0.5 – 1 ส่วน

                                        4. E.M.และกากน้ำตาลอย่างละ 10 – 20 ส่วน/น้ำ 10 ลิตร

                                วิธีทำ

                                        1.ผสมปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. กากน้ำตาล และน้ำใส่ในกาละมังไว้

                                        2.นำหญ้าหรือฟางแห้งที่ตัดไว้เป็นท่อน ๆ ลงจุ่มในน้ำผสม E.M. จนชุ่มแล้วยกขึ้นกองรอไว้

                                        3.ผสมรำละเอียดกับปุ๋ยหมักฟางหรือมูลสัตว์ ให้เข้ากันดีแล้วนำไปคลุกกับหญ้าหรือฟางเปียกที่กองรองไว้จนเข้ากันทั่วดี

                                        4.นำไปกองบนพื้นซีเมนต์ หรือบนผ้าพลาสติกเป็นกองกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ อย่าให้หนาเกินไป (1 ฟุต) แล้วคลุมทับด้วย

                                กระสอบป่านให้มิด หมักไว้ 18 เซนติเมตร คุ้ยกลับ 1 ครั้ง แล้วคลุมด้วยกระสอบหมักต่ออีก 6 ชั่วโมง เมื่อครบ 24 ชั่วโมง

                                เปิดกระสอบออกเกลี่ยปุ๋ยหมักบาง ๆ ผึ่งไว้จนแห้งจึงนำไปใช้

                                วิธีใช้

                                        ใช้รองก้นหลุมเพื่อปลูกผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้ดอก และไม้ประดับทุกชนิด

                                        ใช้ผสมดินเตรียมแปลงปลูกผัก ผสมหญ้าแห้งหรือฟางแห้งคลุมแปลงผักคลุมโคนต้นไม้ ไม้ผลทุกชนิด

                                        ใช้เป็นหัวเชื้อขยายทำเป็นปุ๋ยหมัก 24 ชั่วโมง ต่อได้อีกและปุ๋ยใหม่ที่ได้สามารถนำไปทำต่อไปได้อีกเรื่อย ๆ ดังนี้

                                                - ปุ๋ยหมัก 24 ชั่วโมง 1 ส่วน

                                                - หญ้าหรือฟางแห้ง 10 ส่วน

                                                - รำละเอียด 0.5 ส่วน

                                                - E.M.กากน้ำตาล 10 –20 ซีซี

                                                - น้ำ 10 ลิตร

                                การทำฮอร์โมนพืชด้วยปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม.

                                  วิธีทำ

                                          วิธีทำและนำไปใช้ก็เช่นเดียวกับปุ๋ยหมัก 24 ชั่วโมงครั้งแรก

                                  วัสดุ

                                          1.กล้วยน้ำว้า, ฟักทองแก่จัด, มะละกอสุก, อื่น ๆ อย่างน้อย 2 กิโลกรัม

                                          2.E.M. 20 ซีซี

                                          3.กากน้ำตาล 40 – 50 ซีซี

                                          4.น้ำ 10 ลิตร

                                  วิธีทำ

                                          สับวัสดุทั้งหมดเปลือกและเมล็ดเข้าด้วยกันจนละเอียดผสมด้วยปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. และกากน้ำตาล น้ำ คลุกให้เข้ากันดี

                                  บรรจุลงในถุงปุ๋ยหมักไว้ในถังพลาสติกปิดฝาไว้ 18 วัน

                                  วิธีใช้

                                          นำส่วนที่เป็นน้ำฮอร์โมน 20 – 30 ซีซี ผสมกับน้ำสะอาด 5 ลิตร แล้วนำไปใช้ดังนี้

                                                 - ใช้ฉีดพ่นต้นไม้ผล ในช่วงระยะก่อนแทงช่อดอก จะทำให้ต้นไม้แทงช่อดอกเพิ่มมากขึ้น

                                                  - ใช้ฉีดพ่นหรือรดต้นไม้ผล ช่วงติดดอกจะทำให้ติดผลดี 

                                                  - ใช้แทนน้ำยาฮอร์โมนเร่งราก เพื่อทำให้รากพืชงอกได้เร็วขึ้นโดยใช้ในเรื่อง

                                         การชำกิ่งโดยนำกิ่งพันธุ์ไม้ที่ต้องการขยายพันธุ์แช่ในน้ำฮอร์โมนที่ผสมน้ำในอัตราส่วน1 : 100 – 200 ลิตร แช่ไว้นานประมาณ

                                  30 นาที แล้วนำไปเพาะชำในเรือนเพาะชำ การตอนกิ่ง โดยนำส่วนที่เป็นไขเหลืองทาบบริเวณที่ปอกเปลือกกิ่งพันธุ์เพียงเล็กน้อย

                                  (แล้วดำเนินการต่อตามขั้นตอนในการตอนกิ่ง)

                                  ปุ๋ยหมักมูลสัตว์

                                    วัสดุและส่วนผสม

                                            1. มูลสัตว์ (ทุกชนิด) 1 ส่วน

                                            2. แกลบดิบแห้ง 1 ส่วน

                                            3. รำละเอียด 1 ส่วน

                                            4. E.M.และกากน้ำตาล 10 – 20 ซีซี

                                            5. น้ำ 10 ลิตร

                                            6. อื่น ๆ

                                    วิธีทำ

                                            1.ผสม EM กากน้ำตาลกับน้ำที่เตรียมไว้

                                            2.นำแกลบลงแช่น้ำผสม EM แล้วเอาขึ้นผสมกับมูลสัตว์

                                            3.นำรำละเอียดคลุกเคล้าความชื้นไม่เกิน 50%

                                            4.นำไปกองในพื้นที่ที่เตรียมไว้

                                           5.เมื่อครบ 5 ชม. เริ่มตรวจสอบความร้อนทุก ๆ ชม.ควบคุมอย่าให้เกิน 50 C ใช้หมัก 3 – 4 วัน เมื่อปุ๋ยหมักมูลสัตว์ ได้ผลดี

                                    จะมีกลิ่นหอมเหมือนเห็ดนำไปใช้ได้ หรือบรรจุกระสอบเก็บไว้ในที่ไม่โดนความชื้น

                                    วิธีใช้

                                            ใช้ผสมเตรียมดินสำหรับปลูกพืชทุกชนิด โดยการโรย 2 กำมือ (200 กรัม) ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร เอาหญ้าหรือฟางแห้งคลุม

                                   ทับอีกชั้นหนึ่ง แล้วรดด้วยน้ำผสม EM อัตราส่วน 10 – 20 ซีซี ต่อน้ำ10 ลิตร ทิ้งไว้ 7 วัน จึงค่อยปลูก ในกรณีที่ใช้กับแปลงผักที่

                                    ปลูกแล้วให้โรยรอบ ๆ ทรงพุ่ม คลุมทับด้วยฟางหรือหญ้าแห้งแล้วรดด้วยน้ำผสม EM

                                    สำหรับไม้ผลและพืชยืนต้นอายุประมาณ 2 ปี ให้โรยรอบทรงพุ่มต้นละประมาณ 2 – 3 กก./ปี จะใส่ครั้งเดียวหรือแบ่งใส่ก็ได้ จากนั้น

                                    ใส่ปีละ 1 กก.

                                    หลักการในการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้แก่ดิน

                                     ในการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้แก่ดินนั้น เราสามารถเพิ่มให้ได้หลายอย่างข้อสำคัญคือ อินทรีย์ วัตถุแต่ละอย่างมีอัตราส่วนองค์ประกอบ

                              ของธาตุคาร์บอน และไนโตรเจน (C/N ratio) แตกต่างกัน C/N ratio นี้เป็นตัวควบคุมบทบาทของไนโตรเจน เช่น ฟางข้าว มี C/N ratio

                              ประมาณ 90 นับว่ากว้างมากไม่ควรที่จะได้กลบลงดินไปในดิน ควรนำมาหมักให้เป็นปุ๋ยเสียก่อน เพื่อปรับระดับให้เหลือ 20 หรือต่ำกว่า

                              มิฉะนั้นแล้ว C/N ratio กว้าง ๆ เมื่อใส่ลงในดินจะทำให้ดินขาดไนโตรเจน เนื่องจากการสลายตัวโดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ คือ จุลินทรีย์

                              จะเพิ่มขยายตัวมันเองอย่างรวดเร็วและดึงไนโตรเจนในรูปของไนเตรทไปจากดินไปใช้ในการเพิ่มกิจกรรมและจำนวนของจุลินทรีย์จึงเป็น

                              การแย้งไนโตรเจนจากพืชทำให้ขาดไนโตรเจน โดยพืชจะแสดงอาการเหลืองซีด ขณะเดียวกันจุลินทรีย์ที่ใช้คาร์บอนเป็นพลังงานและ

                              ปลดปล่อยให้หนีไปในอากาศ ในรูปก๊าซคาร์บอนไนออกไซด์ เมื่อคาร์บอนลดลงเรื่อย ๆ กิจกรรมของจุลินทรีย์จะลดลง ฉะนั้นเมื่อมีการ

                              ใส่อินทรีย์ลงในดินขณะที่อินทรีย์วัตถุยังไม่สลายตัวเต็มที่แล้วคือในระยะที่มี C/N ratio ยังกว้างนั้นดินจะขาดไนโตรเจนอยู่ระยะหนึ่ง

                              จนกว่าจะสิ้นการสลายตัวอัตราความเร็วของการสลายตัวขึ้นอยู่กับชนิดของอินทรีย์วัตถุดิบ อุณหภูมิความชื้นเพื่อช่วยในการสลายตัวเร็วขึ้น

                              จึงควรเพิ่มไนโตรเจนลงในดินเพื่อปรับ C/N ratio ให้แคบลง

                                      วิธีใช้

                                              นำ E.M. ที่ขยายแล้วไปผสมกับน้ำอีกในอัตรา 1/น้ำ 5,000 – 10,000 ส่วนให้สัตว์กิน ล้างคอก และบำบัดน้ำเสียในฟาร์ม

                                      หรือจะใช้ E.M. ที่ขยายแล้วโดยไม่ต้องผสมน้ำนำไปฉีด เพื่อบำบัดกลิ่นเหม็นในฟาร์มสัตว์ และจุดที่มีกลิ่นเหม็นในที่ต่าง ๆ

                                      อัตราความเข้มข้นของ E.M. ขยายที่นำไปใช้ จะมากน้อยตามความต้องการของลักษณะการใช้ใบ แต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ

                                      การใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. กับการเลี้ยงไก่

                                       ใช้ E.M.ที่ขยายแบ้วฉีดพ่นตามพื้นที่กำจัดกลิ่นแก๊สและกลิ่นเหม็นจากมูลไก่ ทุก ๆ 3วัน หรือสัปดาห์ละ 2 ครั้ง มูลไก่ เหล่านี้นำไป

                                ใช้ทำปุ๋ยหมักหรือนำไปใช้เป็นปุ๋ยใส่บริเวณทรงพุ่มต้นไม้และแปลงผักต่างๆ ผสมปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม.(หัวเชื้อ) กับน้ำกลั่น อัตราส่วน 1 : 1

                                ใช้แทนวัคซีนหรือหยอดตาหรือหยอดจมูกไก่ ตัวละ 1 – 3 หยด (ทำในช่วงระยะเวลาปกติของการใช้วัคซีนและตามขยาดอายุไก่)

                                เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหรือป้องกันโรคไก่ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียได้

                                        การใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. กับการเลี้ยงสัตว์

                                         ทำการขยาย อี.เอ็ม. ในอัตราส่วน อี.เอ็ม. 1 ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตรน้ำสะอาด 100 ลิตร แล้วปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้ 3 วัน (ตามที่กล่าวไว้)

                                  นำไปฉีด ล้างให้ทั่วคอกจะสามารถกำจัดกลิ่นมูลเก่าได้ภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อสะอาดปลอดกลิ่นดีแล้ว ต่อไปใช้สัปดาห์ละ 1 – 3 ครั้งก็พอ

                                  โดยน้ำล้างคอกที่มีปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม.ผสมอยู่ด้วยจะลงไปช่วยบำบัดน้ำเสียตามท่อและบ่อพักให้สะอาดขึ้นด้วย

                                          ผสม E.M. 1 ลิตรต่อน้ำสะอาด 5,000 – 10,000 ลิตร โดยประมาณ ให้สุกรกินทุกวัน เพื่อช่วยให้สุกรแข็งแรง

                                  และมีความต้านทานโรคและป้องกันกลิ่นเหม็นจากสุกรที่เกิดขึ้นใหม่ด้วย

                                          ผสมสุโตจู 1 ลิตรกับน้ำสะอาด 100 ลิตร เทราดตามบ่อน้ำทิ้ง เพื่อกำจัดหนอนแมลงวัน จะช่วยลดจำนวนลงได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์

                                         ผสมซุปเปอร์โบกาฉิ สำหรับอาหารสัตว์ ประมาณ 2 %กับอาหารที่ให้สุกรกินแต่ละวัน เพื่อเสริมสุขภาพของสุกรกรณีลูกสุกรที่มีอาการ

                                  ท้องเสียใช้ E.M.5 ซีซี หยอดเข้าทางปากจะช่วยได้

                                          มูลสุกรที่ใช้ E.M.แล้ว สามารถนำไปใช้ทำปุ๋ยหมักต่าง ๆ หรือทำเป็นอาหารปลา กุ้ง กบ ได้ (ขึ้นอยู่กับการไปประยุกต์ใช้)

                                          ข้อสังเกต

                                                 ฟาร์มที่ใช้ E.M. ส่วนมากจะไม่พบสุกรมีอาการท้องเสียสามารถลดการใช้ยาเสียปฏิชีวนะต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพในการขยายพันธุ์ดี

                                  ขึ้นได้ แม่สุกรในบางฟาร์มให้ลูกถึง 14 – 16 ตัว โดยไม่มีตาย สุกรขุนที่ให้ E.M. จะให้เนื้อแดงมาก และสุกรมีน้ำหนักมากกว่าที่เคยได้

                                  หมายเหตุ วัว ควาย และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ก็สามารถนำ E.M. ไปประยุกต์ได้เช่นเดียวกัน

                                          การใช้สุโตจู อี.เอ็ม. 5 กับงานเลี้ยงสัตว์

                                            ผสมสุโตจู 20 – 50 ซีซี กับน้ำสะอาด 1 ลิตร นำไปใช้ป้องกันหรือกำจัดไร เห็บ หมัด หรือแมลงที่มารบกวนสัตว์เลี้ยงได้ ดังนี้

                                    ฉีดพ่นบริเวณคอกสัตว์(โรงเรือนโค คอกหมู เล้าไก่) ให้ทั่วสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งหลังอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงทุกครั้งควรใช้สุโตจู ผสมน้ำ

                                    ลูบตัวสัตว์เลี้ยง

                                            การทำซุปเปอร์โบกาฉิ อาหารสัตว์

                                              วัสดุและส่วนผสม

                                                      1.เปลือกหอยป่น กระดองปูป่น กระดูกป่น แกลบเผา อย่างละ 0.2 กิโลกรัม

                                                      2.ปลาป่น กากถั่ว อย่างละ 6 กิโลกรัม

                                                      3.รำละเอียด 20 กิโลกรัม

                                                      4.ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. กากน้ำตาล 10 ซีซี

                                                      5.น้ำสะอาด 5 ลิตร

                                              วิธีทำ

                                                     ผสมวัสดุที่ใช้ทั้งหมด เข้าด้วยกันจนเข้ากันดี ละลาย E.M.กากน้ำตาล , น้ำ, คนจนเข้ากันดี นำไปราดเป็นฝอยบนส่วนผสมแรก

                                              คลุกเคล้าให้เข้ากันดี และให้ความชื้นไม่เกิน 40% เอาบรรจุใส่กระสอบป่านผูกปากให้แน่น ใส่ลงไปถุงพลาสติก ดำทึบแสงขนาดใหญ่

                                              อีกชั้นหนึ่ง มัดปากถุงให้แน่น อย่าให้อากาศเข้าหมักไว้ 3 วัน ความร้อนจะอยู่ระหว่าง 35 – 40 เซลเซียส เมื่อหมักครบ 3 วัน

                                              เอากระสอบออกจากถุงพลาสติกดำทึบแสง ตั้งทิ้งไว้ในร่มอีก 3 วัน อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และจะเย็นลงโดยพยายามกลับกระสอบ

                                              ทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นในกระสอบไปกองอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง จะทำให้จับกันเป็นก้อนได้

                                              ข้อสังเกต

                                                      เมื่อหมักได้ที่แล้ว จะมีกลิ่นหอมกว่าโบกาฉิอื่น ๆ

                                              วิธีใช้

                                                     ใช้ผสมกับอาหารสัตว์ เช่น หมู ไก่ กบ ฯลฯ ในอัตรา 2%ของอาหารที่ให้แต่ละครั้ง จะทำให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงให้ผลผลิตสูง

                                             นำไปละลายน้ำในอัตราส่วน 1 – 2 กิโลกรัม/น้ำสะอาด 100 ลิตรทำให้เป็นปุ๋ยน้ำหมักทิ้งไว้ 12 – 24 ชั่วโมง ก่อนนไปรดพืชผักต่าง ๆ

                                              โดยเฉพาะพืชผักที่ปลูกใหม่ ๆ จะทำให้ผักฟื้นตัวและโตเร็ว ใช้หว่านลงไปในบริเวณสระน้ำ เพื่อช่วยปรับสภาพน้ำที่เน่าเสีย

                                              การทำซุปเปอร์โบกาฉิ สูตร 2

                                                วัสดุ

                                                        1.รำละเอียด 3 ส่วน ปลาป่น กากถั่ว อย่างละ 1 ส่วน

                                                        2.E.M.กาก น้ำ (1 : 1 : 50)

                                                วิธีทำ

                                                        ผสมวัสดุทุกอย่างเข้าด้วยกัน ให้ได้ความชื้น 40% แล้วหมักตามขั้นตอนสูตร 1

                                                วิธีใช้

                                                        เช่นเดียวกับสูตร 1

                                                การใช้จุลินทรีย์ในการประมง

                                                  ใช้ E.M. ที่ขยายแล้วใส่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ 1/10,000 หรือ 1 ลิตร /10 คิวปิกเมตร ของน้ำใส่บ่อทุก ๆ 7 – 10 วัน

                                          แล้วแต่สภาพของน้ำและอัตราความหนาแน่นของสัตว์ที่เลี้ยง

                                                 ผสมอาหารให้กินโดยใช้ EM ผสมในน้ำอัตรา 1 : 50 หรือ 100ส่วนคลุกกับอาหารหรือแช่ไว้ก่อน ให้กินก็ได้ในฟาร์มเลี้ยงกบ บางฟาร์ม

                                          หลังจากใช้ EM ลงในบ่อเลี้ยงกบครั้งแรก แล้วไม่ต้องใส่อีกเพราะน้ำในบ่อจะได้ EM ควรใช้ EM อย่างเจือจางก่อน

                                                 การใช้ EMด้วยวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้น้ำไม่เสียไม่จำเป็นต้องถ่ายน้ำบ่อย ๆหรือไม่ต้องถ่ายน้ำเลยจนกว่าจะจับสัตว์ขายช่วนให้สัตว์มี

                                          สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคสัตว์ โตเร็ว อัตราตายต่ำ

                                                  การใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม. ในการประมง (ปลา, กุ้ง)

                                                   ใช้ อี.เอ็ม. ที่ขยายแล้วใส่ในบ่อเลี้ยงสัตว์ในอัตรา 1: 10,000 หรืออี.เอ็ม 1 ลิตร ต่อน้ำ 10 คิวบิกเมตรของน้ำ ใส่บ่อทุก ๆ 7 – 10 วัน

                                            แล้วแต่สภาพของน้ำ และอัตราความหนาแน่นของสัตว์เลี้ยง

                                                   ผสมอาหารให้กิน โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 : 50 – 100 ส่วนคลุกกับอาหารหรือแช่ไว้ก่อนให้กินก็ได้ แล้วแต่ชนิด

                                            ของสัตว์เลี้ยง

                                                   ในฟาร์มเลี้ยงกบบางฟาร์ม หลังจากใส่ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็มลงในบ่อเลี้ยงกบครั้งแรกแล้ว ไม่ต้องใส่อีก เพราะน้ำในบ่อจะได้ อี.เอ็มเพิ่มทุกวัน

                                            จากอาหารที่แช่ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม และควรใช้อย่างเจือจางก่อน

                                                   การใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม ด้วยวิธีการดังกล่าว จะช่วนให้น้ำไม่เหลืองไม่จำเป็นต้องถ่ายน้ำบ่อย ๆ หรือไม่ต้องถ่ายน้ำเลยจนกว่าจะจับสัตว์ขาย

                                            ช่วยให้สัตว์มีสุขภาพดีแข็งแรงไม่เป็นสัตว์โตเร็ว และอัตราการตายต่ำ

                                                    การทำอาหารสำหรับเลี้ยงปลา

                                                      วัสดุ  

                                                              1.เศษอาหาร 50 ส่วน รำละเอียด 20 ส่วน โบกาฉิมูลสัตว์ 1 ส่วน

                                                              2.ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม : กากน้ำตาล : น้ำ 1 : 1 : 50

                                                      วิธีทำ

                                                              ผสมเศษอาหาร รำละเอียด และโบกาฉิ เข้าด้วยกัน แล้วคลุกด้วยน้ำ ผสมปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม หมักทิ้งไไว้ 1 – 2 ชั่วโมง

                                                      วิธีใช้

                                                              นำอาหารปลาที่หมักไว้แล้ว ไปหว่านในบ่อเลี้ยงปลาหรือวางบนตะแกรงหย่อนลงไปให้ปลากิน

                                                      การขยายจุลินทรีย์ แก้ปัญหาส้วมเต็ม

                                                       ใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม ขยาย (อี.เอ็ม กากน้ำตาล 1/100 ลิตร) หมักไว้ 3 วันนำมาเทใส่ส้วมชักโครก (เทใส่โดยไม่ต้องผสมน้ำ) ประมาณ

                                                5 –10 ลิตร เดือนละ 1 ครั้ง อี.เอ็ม จะไปย่อยสลายสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ในถังพัก กากที่เหลือจะตกตะกอนและน้ำในถังพักจะดูดซึมลงไปได้มาก

                                                ถ้าส้วมไม่เต็มและไม่เหม็น การขยายจุลินทรีย์ บำบัดกลิ่นเหม็นและกำจัดแมลงวันจากกองขยะ ขยะที่ได้จากครัวเรือน ร้านอาหาร และโรงแรม

                                                ส่วนใหญ่จะเป็นขยะเปียก พวกเศษอาหาร ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นและแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน จุลินทรีย์จะสามารถบำบัดกลิ่นเหม็น กำจัดแมลงวัน

                                                ได้โดยการตัดวงจรชีวิตของแมลง และ อี.เอ็ม สามารถทำการย่อยสลายเศษอาหารได้ และเป็นปุ๋นแก่พืชผักและผลไม้ต่าง ๆ ได้อีกด้วย

                                                       ใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม ที่ขยายแล้วผสมน้ำในอัตราส่วน 1 : 1,000ฉีดพ่นบริเวณกองขยะ หรือพ่นให้คลุกเคล้ากับขยะที่จะนำไปทิ้งหรือนำ

                                                ไปฉีดพ่นขยะบนรถขยะของเทศบาล แล้วจึงนำไปทิ้งในที่ทิ้งขยะ อี.เอ็ม ก็จะทำงานทำให้ขยะไม่มีกลิ่นเหม็นและไม่มีแมลงวัน หลังจากขยะฉีด

                                                ด้วยอี.เอ็ม แล้วนำไปฝังกลบก็จะยิ่งเป็นผลดี

                                                        การใช้จุลินทรีย์ในครัวเรือน

                                                         ก่อนปรุงอาหาร หรือก่อนรับประทานพืชผัก ผลไม้(ประเภทรับประทานทิ้งเปลือก) หรืออาหารสดต่าง ๆ โดยเฉพาะอาหารสดจากทะเล

                                                  (กุ้ง ปู ปลาหมึกสด) ที่ซื้อมาจากตลาด แต่ไม่แนใจว่าปลอดสารพิษหรือไม่ ควรนำมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำในจุลินทรีย์ ที่ผสมน้ำในอัตรา

                                                  ส่วน 1: 100 –200 แช่ไว้ประมาณ 0 - 1 ชม.จะทำให้สารเคมีที่ปนเปื้อนหรือตกค้างอยู่ ในพืชผักหรืออาหารสดนั้น ถูกปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม ย่อย

                                                  สลายหรือชำระล้างออกไปได้เป็นอย่างมาก

                                                          การใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย

                                                           น้ำที่เกิดจากชุมชน ใช้จุลินทรีย์ที่ขยายแล้วนำไปราดตามท่อระบายน้ำลงในถังชำระล้างต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อให้น้ำผสม

                                                    จุลินทรีย์ทำการบำบัด และไหลลงไปรวมในบ่อบำบัดและไหลลงไปรวมในบ่อบำบัดน้ำต่อไป

                                                           น้ำเสียจากโรงพยาบาล โรงแรม และโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชนต่างๆใช้จุลินทรีย์ที่ขยายกับระบบบำบัดน้ำเสีย ที่มีอยู่เดิม (ด้วยวิธีใช้

                                                    เครื่องตีน้ำ เพื่อให้อากาศแก่แบคทีเรียที่ต้องการอากาศทำงาน)

                                                           EM เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศในการทำงานจึงสามารถบำบัดน้ำเสียโดยการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ในน้ำเสียให้สะอาดา ไม่ต้องใช้

                                                    เครื่องตีน้ำเป็นการลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และสามารถบำบัดน้ำเสียได้ดีมีประสิทธิภาพกว่าและย่อยสลายตะกอนที่เป็นอินทรีย์วัตถุจนหมดได้

                                                    สามารถนำน้ำที่ผ่านการบำบัดขั้นสุดท้ายแล้วไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ได้อีกด้วย

                                                            การประยุกต์ใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม ในนาข้าว

                                                              ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ใส่โปกาฉิประมาณ 200 กิโลกรัม โดยแบ่งใส่เป็นระยะดังนี้ ไถพรวน

                                                              - หว่าน โปกาฉิ 100 กิโลกรัมให้ทั่ว

                                                             - ผสมปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม 400 ซีซี ผสมน้ำ 200 ลิตรฉีดพ่นให้ทั่วพื้นที่แล้วไถพรวนทั่วทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อให้ อี.เอ็มย่อยสลายวัชพืชและฟาง

                                                      ข้าว ให้ปุ๋ยธรรมชาติและเร่งการงอกของเมล็ดหญ้า

                                                              - 15 วัน หลังไถแล้ว ผสมปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม และกากน้ำตาลอย่างละ 400 ซีซี กับน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว และไถ

                                                      กลบเพื่อทำ ลายหญ้าให้กลายเป็นปุ๋ยพืชสด ทิ้งไว้อีก 15 วัน จึงไถ และคราดเพื่อดำเนินดำนาต่อไป  

                                                              - ไถคราด

                                                              - พ่นปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม อัตราส่วนเดิมอีกครั้ง

                                                              - ไถคราดให้ทั่ว เพื่อเตรียมปักดำ

                                                              - หลักปักดำ 7 –15 วัน

                                                              - หว่านโบกาฉิให้ทั่วแปลง 30 กิโลกรัม/ไร่

                                                              - พ่นตามด้วย EM กากน้ำตาล อย่างละ 200 ซีซี ผสมน้ำ 200 ลิตร

                                                              - ข้าวอายุ 1 เดือน หว่านโบกาฉิ 30 กิโลกรัม

                                                              - พ่นด้วย EM กากน้ำตาลอย่างละ 200 ซีซี ผสมน้ำ 200 ลิตร

                                                              - ก่อนข้าวตั้งท้องเล็กน้อย หว่านโบกาฉิ 40 กิโลกรัม

                                                              - พ่นด้วย EM กากน้ำตาลอย่างละ 200 ลิตร ผสมน้ำ 200 ลิตร

                                                              หมายเหตุ

                                                                      เฉลี่ยพื้นที่ 1 ไร่ ใช้ปุ๋ยโบกาฉิ 200 กิโลกรัม

                                                                     ในปีแรกที่ใช้โบกาฉิกับนาข้าว อาจต้องใช้ปริมาณมากแต่เมื่อดินดีปีต่อไปจึงค่อย ๆ ลดปริมาณการใช้ลง เพื่อป้องกันเพลี้ยระบาด

                                                             โรคแมลงศัตรูพืชต่าง ๆ รบกวนควรฉีดพ่นด้วยสุโตจู (สารขับไล่แมลง) ทุกๆ 15 วัน ในอัตราส่วนสุโตจู 400 ซีซี กากน้ำตาล 400 ซีซี

                                                              และน้ำ 200 ลิตร

                                                                     การปลูกโดยไม่ต้องไถพรวนการไถพรวนเมื่อต้องการให้ดินที่แข็งตัวร่อนขึ้นอุ้มน้ำและอากาศผ่านได้การใช้ EM จะช่วยให้ดินไม่

                                                              จับตัวกันแข็งแต่จะร่วนซุยอุ้มน้ำได้ และอากาศผ่านได้ จึงไม่จำเป็นต้องไถพรวนอีกต่อไปเกษตรกรที่ใช้ EM มา 3 ปี และเลิกการไถ

                                                              ไปแล้วสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นทุกปีด้วย

                                                              การใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม กับการป่าไม้

                                                               การปลูกป่าสร้างสวนป่า มักทำการปลูกกันในพื้นที่ดินแหล่งเสื่อมโทรมดินปุ๋ยธรรมชาติ มีการพังทลายของดินสูง ต้นไม้ที่ปลูกมักมีปัญหา

                                                        การเจริญเติบโตไม่มีเท่าที่ควร จึงมีการเสริมอินทรีย์วัตถุให้แก่ต้นไม้ และเพิ่มงบประมาณจุลินทรีย์ในดิน

                                                        ให้มีการสร้างกิจกรรมในดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

                                                               การแช่เมล็ดพันธุ์ไม้ก่อนเพาะ (เช่น เมล็ดไม้สัก, ไม้มะค่าโมง ฯลฯ)ควรแช่เมล็ดในน้ำร้อน (60 – 70 C) นานประมาร 10 – 20 นาที

                                                        แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้ง นำเมล็ดไปแช่ในปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม ผสมน้ำสะอาด อัตราส่วน 1 : 2,000 นานอย่างน้อย ? - 1 ชั่วโมง

                                                        ถ้าเมล็ดมีเปลือกหนาควรแช่ไว้นาน 3 – 7 วัน

                                                                การเพาะต้นกล้าในแปลงเพาะชำ เพราะเมล็ดพันธุ์ไม้ในถุงดำที่มีดินหมักปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม ไว้ โดยผสมปุ๋ยหมักดิน + ดินร่วน + แกลบสุก +

                                                        แกลบดิบ (1 : 1 : 1) เข้าด้วยกันและระหว่างการเพาะชำกล้าไม้ต้องใช้น้ำ อี.เอ็ม (1 : 1,000) รดอาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้ง

                                                                การใช้ E.M. กับต้นไม้สวนป่า

                                                                ใช้ปุ๋ยหมุกโบกาฉิ ฟาง มูลสัตว์ หรือปุ๋ยหมักหญ้า 24 ชั่วโมง โรยเสริมบริเวณพุ่มของต้นไม้ หลังปลูกที่มีอายุ

                                                        0– 3 ปี ใช้อัตราส่วน 2 – 3 กำมือต่อต้น แล้วคลุกด้วยหญ้า/พุ่มแห้งรดด้วยน้ำปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม (1 : 1,000) ให้ชุ่ม เดือนละครั้ง โดยเฉพาะใน

                                                        ช่วงนอกฤดูฝน จะช่วยให้ต้นไม้ที่ ปลูกสร้างเป็นสวนป่า มีความแข็งแรง มีใบเขียว ชูช่อแตกดอกออกใบออกผลอย่างสมบูรณ์ เมื่อต้นไม้แข็งแรงดี

                                                        ย่อมมีความต้านทานการทำลายของโรคและแมลงได้ดีถ้ามีโรคหรือแมลงรบกวนต้นไม้ ในสวนป่าให้ใช้ สุโตจู (EMS) สูตรทั่วไปหรือซูปเปอร์สุ

                                                        โตจูฉีดพ่นตอนเช้าหรือตอนเย็น จะช่วยป้องกันแมลงพวกเพลี้ย ไร และแมลงมีปีกได้

                                                               เมื่อปลูกต้นไม้ได้อายุ 3 ปีขึ้นไป การใช้ปุ๋ยชีวภาพ อี.เอ็ม หรือปุ๋ยหมักอี.เอ็ม มีความจำเป็นน้อยลง หรือไม่ต้องใช้เลยก็ได้ เพราะกระบานการ

                                                        ทางธรรมชาติจะทำให้ดินในสวนป่าในสวนอุดมสมบูรณ์ขึ้นอยู่แล้ว 

                                                        ข้อมูลทั้งหมดจากเว็บไซด์ >> http://www.nfe.go.th/nfe_v2/frontend/theme/index.php


                                                         
                                                        < ก่อนหน้า   ถัดไป >